Recommend

จากที่ได้เข้าไปเยี่ยมชมในบล็อกของ kokoronashi มาและได้อ่านความคิดเห็นของ your_natty "คนที่เก่งภาษาต่างประเทศมักจะอ่อนภาษาไทย(ส่วนใหญ่ที่พบ)" อ่านปุ๊ปก็คิดปั๊ป และคนแรกที่เรานึกถึงก็คือ 老师 - เหล่าซือ(คุณครู)นั่นเอง เหล่าซือเป็นคุณครูสอนภาษาจีนที่โรงเรียน (ขอเรียกเหล่าซือว่า Ls นะ่)

 

ถ้าคนไหนอ่อนภาษาไทยเนี่ย ถ้าเค้าว่ากันว่าขั้นสุดแล้ว เราว่าน่ะ Lsเราหนักกว่าอีก ตอนนี้เราเรียนอยู่ศิลป์ภาษาเพิ่งจะขึ้นม.5 และเรื่องที่จะเอามาเผาเนี่ย ก็คือเรื่องเมื่อตอนม.4 ซึ่งแน่ละ บางคนหรือส่วนใหญ่ที่เข้ามาอาจจะยังไม่เคยเรียนหรือไม่มีความรู้พื้นฐานเลย จึงจำเป็นต้องตั้งใจฟังและตั้งใจเรียน ตอนแรกๆ คนเหล่านั้นอาจจะพยายามอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นในตัวของLsและถึงแม้จะงงบางตอนแต่ก็พยายามเข้าใจ(ขอบอกว่า ต้องพยายาม) แต่ว่าเมื่อเรียนไปซักพัก ก็เริ่มเมากันหล่ะ ภาษาจีนไม่ค่อยงงหรอก แต่งงกับภาษาไทยของLsมากกว่า เช่น มีอยู่ครั้งนึง เรากำลังเรียนคำว่า "母亲 - มารดา" คำว่า มารดาเนี่ย มันก็ต้องใช้ อยู่แล้วใช่ป่ะ แต่Lsเขียนบนกระดานว่า มาลดา ซึ่งเราและเพื่อนๆก็เป็นนักเรียนที่ดี เพราะอาจารย์หรือคุณครูไม่จำเป็นที่จะต้องถูกเสมอไป เพราะอาจารย์ก็คน (ข้อความนี้เห็นด้วย) เพื่อนๆจึงบอกLsไปว่า "มันต้องใช้ น่ะ" พอLsได้ยินก็นึกว่าจะเข้าใจ คุณLsก็เปลี่ยนเป็น ให้และถามว่า "แบบนี้หรอ(แล้วคุณท่านLsก็หันกลับไปที่กระดานและลงมือลบแล้วเปลี่ยนเป็น อีกครั้ง)" "โธ่Lsเค้าใช้ กัน" "หรอ แต่มันไม่คุนเลย" แน่ะ เขียนตามความคุ้น ...

 

และที่หนักกว่านั้น ท่านLsอ่านชื่อนักเรียนไม่ออก เลยบอกให้นักเรียนเขียนชื่อตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ (แบบว่า Lsเรียนจบเอกจีน โทอังกฤษ) และที่เราชอบและประทับใจกับการพูดที่สุด ก็คือภาษาอังกฤษของLs เช่น เวลานักเรียนตอบอะไรที่ยากๆได้ Lsก็จะชมว่า "กื๊ด" ครั้งแรกที่ได้ยิน ทำเอาอึ้งแอนด์ทึ่ง

 

ณ เวลาเรียน

 

นักเรียนหญิงจะรู้สึกเหมือนเป็นตอไม้ เมื่อเรียนกับLs ถึงแม้ทั้งห้องจะมีผู้ชายแค่4คน แต่Lsก็จะไปยืนสอนตรงนั้นตลอด ทั้งๆที่พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยมีใครตั้งใจเรียนภาษาจีนเลย ไม่คาบเส้นก็ตก เวลาเข้ามาในห้อง ไม่ว่านักเรียนหญิงจะมาน้อยสักแค่ไหน Lsจะไม่ถามถึงLsก่อน แน่ล่ะ คุณท่านLsจะถามถึงนักเรียนชายก่อน เฮ้อ พูดแล้วก็น้อยใจ อิอิ ถึงแม้ว่าLsจะขี้ฟ้องไปหน่อย วีนบ้างตามมารมณ์และโอกาส แต่เราก็ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับLsน่ะ เพราะยังไงก็คือLs(ยังจะเคารพอยู่อีกรึเนี่ย เผาซะขนาดนี้)

 

เด็กศิลป์จีนมีเยอะ แต่ส่วนใหญ่หรือเรียกได้ว่าเกือบทั้งหมดเป็นผู้หญิง เพราะถึงแม้จะมีศิลป์จีนถึงสองห้อง แต่ก็มีผู้ชายห้องละไม่เกิน5คน ห้องเรามี4คน อีกห้องนึงมี3คน นอกนั้นอีกประมาณ30กว่าคนหญิงล้วนจ๊าาา เท่าที่ดูไม่มีเพศอื่นน่ะ มีแต่ผู้หญิงแต่ดั๊นไปชอบเรื่อง Y ถ้าอยากรู้จักเชิญไปที่ p-generation ฮาาาา

 

ส่วนใครที่เรียนศิลป์จีนแล้วมีสีผิวที่ค่อนข้างคล้ำถึงคล้ำมาก ก็จะโดนแซวเล่นจากอาจารย์ท่านอื่นๆบ้างตามโอกาสต่างๆ (อิอิ) แต่เราไม่โดนเพราะเรา น่ารัก เอ๊ย ไม่เกี่ยว เพราะว่าเราขาวต่างหาก เหอะๆ โชคดีไป

 

ต่อด้วยเรื่องของ Lsเรื่องสุดท้าย สั้นๆ ง่ายๆ ว่า "แต่ละห้องที่เป็นศิลป์จีน จะมีนักเรียนชายที่Lsเกิดอาการ Spark" แต่เรื่องที่ว่าใครจะโดนอาการที่ว่านั่นก็ต้องเสี่ยงกันเอาเอง 55+

 

โอ๊ํะ ลืมบอกไปว่า

Ps. Lsย่อมากจาก Lao shi ที่แปลว่าคุณครูนั่นเอง (ขออำพัยที่ไม่ใส่เสียงวรรณยุกต์จีน เพราะอยู่ดีๆก็เกิดอาการพิมพ์ไม่ได้้)

Ps2. ข่าวร้ายแรง Ls เป็นผู้ชายน่ะ

 

ไม่ว่าLsจะเป็นไง แต่ว่าเราก็รอดมาได้แล้วน่ะ ขอบคุณค่ะสำหรับเกรด4 แต่Ls วันหลังอย่าให้งานที่ต้องใช้จินตนาการและศิลปะมากมายอย่างนี้สิ คะแนนไม่สวยก็เพราะคะแนนสร้างสรรค์นี่แหละ แต่ก็อย่างว่าแหละ ศิลปะปีนี้รอดมาได้เพราะไม่มีให้วาดรูปสักเท่าไหร่ ฮา มีแต่ประวัติศาสตร์ แต่ก่อน รุ่งริ่งอยู่ที่ 1-2เท่านั้น (อายจัง)

 

 

รั And ล่ซื ผู้ยิ่ย่

Comment

Comment:

Tweet

พี่ก็ยินดีที่ได้แบ่งเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆนะคะ
พี่ว่าหนูก็เก่งมากเลยนะคะ เรียนหลายภาษาใช่ไหมคะ
พี่มิเรพูดไทยได้...บางครั้งก็พูดผิด
พี่มิเรพูดภาษาเกาหลีได้ แต่อธิบายแกรมม่าอย่างละเอียดไม่ได้
พี่มิเรพูดภาษาอังกฤษได้ ดีกว่าภาษาอื่น
ยังไงก็พี่จะมาเยี่ยมบล็อกบ่อยๆนะคะ big smile

#3 By -.- on 2008-04-10 18:41

안녕하세요.예인시.
今日はイェインちゃん。
僕はタイ人ですよ。
日本人ではありませんよ!
そして、僕は秋月理です。
向井理ではありませんです。
ハハハッ~!

...หวัดดีคร๊าบ... ^
ผมเป็นคนไทยนะครับไม่ใช่คนญี่ปุ่น...
(ถ้าเป็นก็ดีดิ)
แล้วผมก็ไม่ได้เป็นคนในรูป ในบล็อกของผมหรอกนะ... ผมใช้นามสกุล อาคิทสึกิ แต่คนในรูปนั้นเป็นดารา...
นามสกุล มุคาอิ...
ชื่อของผมกะคนนั้นชื่อ โอซามุเหมือนกัน..
แค่นั้นเองครับ... ไม่ต้องเมา sad smile

#2 By osamu on 2008-04-10 16:52

Ls จะจับเด็ก

#1 By iTualek on 2008-04-09 22:13